วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ผู้ชนะและผู้แพ้

วันนี้อ่านมานาประจำวัน
ตามปกติเหมือนทุกๆวัน
ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเช่นกัน
แต่ที่แน่ๆ มานาประจำวันนี้ หนุนใจตัวเองมาก


ผู้ชนะและผู้แพ้

อ่าน: 1 เปโตร 3:8-12
แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว – ฟีลิปปี 2:3  อ่านพระคำภีร์ภายใน 1 ปี อิสยาห์ 37-39

อิสยาห์ 37

1เมื่อกษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงได้ยินพระองค์ก็ฉีกฉลองพระองค์เสียและทรงเอาผ้ากระสอบคลุมพระองค์และเสด็จเข้าในพระนิเวศของพระเจ้า 2และพระองค์ทรงใช้เอลียาคิมผู้บัญชาการราชสำนักและเชบนาราชเลขาและปุโรหิตผู้อาวุโสคลุมตัวด้วยผ้ากระสอบไปหาอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะบุตรชายของอามอส 3เขาทั้งหลายเรียนท่านว่า"เฮเซคียาห์ตรัสดังนี้ว่าวันนี้เป็นวันทุกข์ใจวันถูกขนาบและอดสูเด็กที่ถึงกำหนดคลอดก็ไม่มีกำลังเบ่งให้คลอด4ชะรอยพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านคงได้ยินถ้อยคำของรับชาเคห์ผู้ซึ่งพระราชาแห่งอัสซีเรียนายของเขาได้สั่งมาให้เย้ยพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์และจะทรงขนาบถ้อยคำซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงสดับเพราะฉะนั้นก็ขอท่านถวายคำอธิษฐานเพื่อส่วนคนที่เหลืออยู่นี้" 5เมื่อข้าราชการของกษัตริย์เฮเซคียาห์มาถึงอิสยาห์ 6อิสยาห์ก็บอกเขาทั้งหลายว่า"จงทูลนายของท่านเถิดว่าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่าอย่ากลัวเพราะถ้อยคำที่เจ้าได้ยินนั้นซึ่งข้าราชการของพระราชาของอัสซีเรียได้กล่าวหยาบช้าต่อเรา 7ดูเถิดเราจะบรรจุจิตใจอย่างหนึ่งในเขาเพื่อเขาจะได้ยินข่าวลือและกลับไปยังแผ่นดินของเขาและเราจะให้เขาล้มลงด้วยดาบในแผ่นดินของเขาเอง" 8รับชาเคห์ได้กลับไปและได้พบพระราชาแห่งอัสซีเรียสู้รบเมืองลิบนาห์เพราะเขาได้ยินว่าพระราชาออกจากลาคีชแล้ว 9พระองค์ทรงได้ยินเกี่ยวกับทีรหะคาห์พระราชาแห่งเอธิโอเปียว่า"เขาได้ออกมาสู้รบกับพระองค์แล้ว"และเมื่อพระองค์ทรงสดับแล้วจึงส่งผู้สื่อสารไปเฝ้าเฮเซคียาห์ทูลว่า 10"เจ้าจงพูดกับเฮเซคียาห์พระราชาแห่งยูดาห์ดังนี้ว่าอย่าให้พระเจ้าของท่านซึ่งท่านพึ่งนั้นลวงท่านว่าเยรูซาเล็มจะมิได้ถูกมอบไว้ในมือของพระราชาแห่งอัสซีเรีย 11ดูเถิดท่านได้ยินแล้วว่าบรรดาพระราชาแห่งอัสซีเรียได้กระทำอะไรกับประเทศทั้งสิ้นบ้างทำลายเสียหมดอย่างสิ้นเชิงส่วนท่านเองจะรับการช่วยกู้ให้พ้นหรือ12บรรดาพระของบรรดาประชาชาติได้ช่วยกู้เขาให้พ้นหรือคือประชาชาติซึ่งบรรพบุรุษของเราได้ทำลายคือโกเซนฮารานเรเซฟและประชาชนของเอเดนซึ่งอยู่ในเทลอัสสาร์ 13พระราชาของฮามัทพระราชาของอารปัดพระราชาของเมืองเสฟารวาอิมเฮนาและอิฟวาห์อยู่ที่ไหน" 14เฮเซคียาห์ทรงรับจดหมายจากมือผู้สื่อสารและทรงอ่าน15และเฮเซคียาห์ได้ขึ้นไปยังพระนิเวศของพระเจ้าและทรงคลี่จดหมายนั้นออกต่อพระพักตร์พระเจ้าและเฮเซคียาห์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า 16"ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธาพระเจ้าแห่งอิสราเอลผู้ทรงประทับเหนือเครูบพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งบรรดาราชอาณาจักรของแผ่นดินโลกพระองค์แต่องค์เดียวพระองค์ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก 17ข้าแต่พระเจ้าขอทรงเงี่ยพระกรรณสดับข้าแต่พระเจ้าขอทรงเบิกพระเนตรทอดพระเนตรและขอทรงฟังบรรดาถ้อยคำของเซนนาเคอริบซึ่งเขาได้ใช้มาเย้ยพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ 18ข้าแต่พระเจ้าเป็นความจริงที่บรรดาพระราชาแห่งอัสซีเรียได้กระทำให้ประเทศทั้งสิ้นและแผ่นดินของเขานั้นร้างเปล่า19และได้เหวี่ยงพระของเขาเข้าไปในไฟเพราะเขามิใช่พระเป็นแต่ผลงานของมือมนุษย์เป็นไม้และหินเพราะฉะนั้นเขาจึงถูกทำลายเสีย 20ฉะนั้นบัดนี้ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นมือของเขาเพื่อราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกจะทราบว่าพระองค์แต่พระองค์เดียวทรงเป็นพระเจ้า" 21แล้วอิสยาห์บุตรอามอสได้ใช้ให้ไปเฝ้าเฮเซคียาห์ทูลว่า"พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่าเพราะเจ้าได้อธิษฐานต่อเราเกี่ยวกับเซนนาเคอริบพระราชาแห่งอัสซีเรีย 22ต่อไปนี้เป็นพระวจนะซึ่งพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับท่านนั้นว่าธิดาพรหมจารีแห่งศิโยนดูถูกเจ้าและเย้ยเจ้าธิดาแห่งเยรูซาเล็มสั่นศีรษะตามหลังใส่เจ้า 23เจ้าเย้ยและกล่าวหยาบช้าต่อผู้ใดเจ้าขึ้นเสียงของเจ้าต่อผู้ใดและเบิ่งตาของเจ้าอย่างเย่อหยิ่งต่อผู้ใดต่อองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลน่ะซิ 24เจ้าได้เย้ยพระผู้เป็นเจ้าด้วยผู้รับใช้ของเจ้าและเจ้าได้ว่าด้วยรถรบเป็นอันมากของข้าข้าได้ขึ้นที่สูงของภูเขาถึงที่ไกลสุดของเลบานอนข้าโค่นต้นสนสีดาร์ที่สูงที่สุดของมันลงทั้งต้นสนสามใบที่ดีที่สุดของมันข้าเข้าไปยังที่ยอดลิบที่สุดของมันที่ป่าไม้ที่ทึบที่สุดของมัน 25ข้าขุดบ่อและดื่มน้ำข้าจะเอาฝ่าเท้าของข้ากวาดธารน้ำทั้งสิ้นของอียิปต์ให้แห้งไป 26เจ้าไม่ได้ยินหรือว่าเราได้จัดไว้นานแล้วเราได้กะแผนงานไว้แต่ดึกดำบรรพ์ซึ่งณบัดนี้เราให้เป็นไปแล้วคือเจ้าจะทำเมืองที่มีป้อมให้พังลงให้เป็นกองสิ่งปรักหักพัง 27ส่วนชาวเมืองนั้นถูกตัดมือตัดตีนก็แย่และอับอายและกลายเป็นเหมือนต้นไม้ที่ทุ่งนาและเหมือนหญ้าอ่อนเหมือนหญ้าที่บนยอดหลังคาเรือนเหมือนผักก่อนมันจะได้งอกงามอย่างนั้นหรือ 28แต่เราได้รู้จักการที่เจ้านั่งลงกับการออกไปและเข้ามาของเจ้าและการเกรี้ยวกราดของเจ้าต่อเรา 29เพราะเจ้าได้เกรี้ยวกราดต่อเราและความจองหองของเจ้าได้มาเข้าหูของเราฉะนั้นเราจะเอาขอของเราเกี่ยวจมูกเจ้าและบังเหียนของเราใส่ปากเจ้าและเราจะหันเจ้ากลับไปตามทางซึ่งเจ้ามานั้น 30"และนี่จะเป็นหมายสำคัญแก่เจ้าคือปีนี้เจ้าจะกินสิ่งที่งอกขึ้นเองและในปีที่สองสิ่งที่ผลิจากเดิมแล้วในปีที่สามจงหว่านและเกี่ยวและทำสวนองุ่นและกินผลของมัน 31ส่วนที่รอดและคนที่เหลืออยู่แห่งเชื้อวงศ์ของยูดาห์จะหยั่งรากลงไปและเกิดผลขึ้นบน32เพราะว่าส่วนคนที่เหลืออยู่จะออกไปจากเยรูซาเล็มและส่วนที่รอดมาจะออกมาจากภูเขาศิโยนความกระตือรือร้นของพระเจ้าจอมโยธาจะกระทำการนี้33"เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงตรัสเกี่ยวกับพระราชาแห่งอัสซีเรียดังนี้ว่าท่านจะไม่เข้าในนครนี้หรือยิงลูกธนูไปที่นั่นหรือถือโล่เข้ามาข้างหน้านครหรือสร้างเชิงเทินสู้มัน 34ท่านมาทางใดท่านจะต้องกลับไปทางนั้นท่านจะไม่เข้ามาในนครนี้พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ 35และเราจะป้องกันนครนี้ไว้เพื่อให้รอดเพื่อเห็นแก่เราเองและเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา"36ทูตของพระเจ้าได้ออกไปและได้ประหารคนในค่ายแห่งคนอัสซีเรียเสียหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันคนและเมื่อลุกขึ้นในเวลาเช้ามืดดูเถิดพวกเหล่านั้นเป็นศพทั้งนั้น 37แล้วเซนนาเคอริบพระราชาแห่งอัสซีเรียก็ได้ยกไปและกลับบ้านและอยู่ในนีนะเวห์ 38ขณะเมื่อท่านนมัสการในโบสถ์ของพระนิสโรกพระเจ้าของท่านอัดรัมเมเลคและชาเรเซอร์โอรสของท่านก็ประหารท่านเสียด้วยดาบและหนีไปยังแผ่นดินอารารัตและเอสารฮัดโดนโอรสของท่านขึ้นครอบครองแทนท่าน

อิสยาห์ 38

1ครั้งนั้นเฮเซคียาห์ทรงประชวรใกล้จะสิ้นพระชนม์และผู้เผยพระวจนะอิสยาห์บุตรอามอสเข้ามาเฝ้าพระองค์และทูลพระองค์ว่า"พระเจ้าตรัสดังนี้ว่าจงจัดการการบ้านการเมืองให้เรียบร้อยเจ้าจะต้องตายเจ้าจะไม่ฟื้น" 2แล้วเฮเซคียาห์ทรงหันพระพักตร์เข้าข้างฝาและอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า 3"ข้าแต่พระเจ้าขอทรงระลึกถึงว่าข้าพระองค์ได้ดำเนินอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความซื่อสัตย์และสิ้นสุดใจและได้กระทำสิ่งที่ดีในสายพระเนตรของพระองค์"และเฮเซคียาห์ทรงกันแสงมากยิ่ง 4แล้วพระวจนะของพระเจ้ามาถึงอิสยาห์ว่า 5"จงไปบอกเฮเซคียาห์ว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของเจ้าตรัสดังนี้ว่าเราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าแล้วเราได้เห็นน้ำตาของเจ้าแล้วดูเถิดเราจะเพิ่มชีวิตให้เจ้าสิบห้าปี 6เราจะช่วยกู้เจ้าและเมืองนี้จากมือของพระราชาอัสซีเรียและป้องกันเมืองนี้ไว้ 7นี่เป็นหมายสำคัญสำหรับฝ่าพระบาทจากพระเจ้าที่พระเจ้าจะทรงกระทำสิ่งนี้ตามที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ 8ดูเถิดเราจะกระทำให้เงาที่ดวงอาทิตย์ทอดมาบนนาฬิกาแดดของอาหัสย้อนกลับมาสิบขั้น"ดวงอาทิตย์ก็ได้ย้อนกลับบนนาฬิกาแดดสิบขั้นตามขั้นที่ได้ตกไป9บทประพันธ์ของเฮเซคียาห์พระราชาแห่งยูดาห์หลังจากที่พระองค์ได้ทรงประชวรและทรงฟื้นจากการประชวรของพระองค์นั้นมีว่า 10ข้าพเจ้าว่าเมื่อชีวิตของข้าพเจ้ามาถึงกลางคนข้าพเจ้าจะต้องพรากไปข้าพเจ้าถูกมอบไว้ที่ประตูแดนคนตายตลอดชีวิตบั้นปลายของข้าพเจ้า 11ข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าจะไม่เห็นพระเจ้าในแผ่นดินของผู้มีชีวิตข้าพเจ้าจะมองไม่เห็นมนุษย์อีกที่ในหมู่ชาวแผ่นดินโลก 12ที่อยู่ของข้าพเจ้าถูกรื้อถอนออกไปจากข้าพเจ้าอย่างกับเต็นท์ของผู้เลี้ยงแกะข้าพเจ้าได้ม้วนชีวิตของข้าพเจ้าเหมือนอย่างคนทอผ้าพระองค์ทรงตัดข้าพเจ้าออกจากหูกพระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาถึงอวสานทั้งวันและคืน 13ข้าพเจ้าได้ถ่อมตัวลงจนรุ่งเช้าพระองค์ทรงหักกระดูกทั้งสิ้นของข้าพเจ้าเหมือนอย่างสิงห์พระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาถึงอวสานทั้งวันและคืน14ข้าพเจ้าร้องอย่างนกนางแอ่นหรือนกกรอดข้าพเจ้าพิลาปอย่างนกพิราบตาของข้าพเจ้าเหนื่อยอ่อนด้วยมองขึ้นข้างบนข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าข้าพระองค์ถูกบีบบังคับขอพระองค์ทรงเป็นผู้ประกันของข้าพระองค์ 15แต่ข้าพเจ้าจะพูดอะไรได้เพราะพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าแล้วและพระองค์เองได้ทรงกระทำเช่นนั้นข้าพเจ้าก็ดำเนินไปด้วยความสงบเสงี่ยมตลอดชีวิตของข้าพเจ้าเพราะความขมขื่นแห่งจิตใจของข้าพเจ้า 16ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้ามนุษย์ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยสิ่งเหล่านี้และชีวิตแห่งวิญญาณของข้าพระองค์ก็อยู่ในสิ่งเหล่านี้ขอทรงให้ข้าพระองค์หายดีและขอทรงทำให้ข้าพระองค์มีชีวิต 17นี่แน่ะเพราะเห็นแก่สวัสดิภาพของข้าพระองค์ข้าพระองค์จึงมีความขมขื่นมากยิ่งแต่พระองค์ทรงรักชีวิตของข้าพระองค์ไม่ให้ตกหลุมแห่งความพินาศเพราะพระองค์ทรงเหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของข้าพระองค์ไว้เบื้องพระปฤษฎางค์ของพระองค์ 18เพราะแดนคนตายโมทนาพระคุณพระองค์ไม่ได้ความมรณาสรรเสริญพระองค์ไม่ได้บรรดาคนที่ลงไปยังปากแดนคนตายนั้นจะหวังในสัจธรรมของพระองค์ไม่ได้ 19คนเป็นคนเป็นเขาโมทนาพระคุณพระองค์อย่างที่ข้าพระองค์กระทำในวันนี้บิดาได้สำแดงถึงสัจธรรมของพระองค์แก่ลูกของเขา20พระเจ้าจะทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดและข้าพเจ้าทั้งหลายจะเล่นเครื่องสายของข้าพเจ้าตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลายที่พระนิเวศของพระเจ้า 21ฝ่ายอิสยาห์ได้กล่าวว่า"ให้เขาเอาขนมมะเดื่อมาแผ่นหนึ่งและแปะไว้ที่พระยอดเพื่อพระองค์จะฟื้น" 22เฮเซคียาห์ได้ตรัสด้วยว่า"อะไรจะเป็นหมายสำคัญว่าข้าพเจ้าจะได้ขึ้นไปยังพระนิเวศของพระเจ้า"

อิสยาห์ 39

1คราวนั้นเมโรดัคบาลาดันโอรสของบาลาดันพระราชาแห่งบาบิโลนทรงส่งราชสารและเครื่องบรรณาการมายังเฮเซคียาห์เพราะพระองค์ทรงได้ยินว่าเฮเซคียาห์ทรงประชวรและทรงหายประชวรแล้ว 2และเฮเซคียาห์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเขาเหล่านั้นและทรงพาเขาชมคลังทรัพย์ของพระองค์ชมเงินทองคำและเครื่องเทศและน้ำมันประเสริฐและคลังแสงของพระองค์ทุกอย่างซึ่งมีในท้องพระคลังไม่มีสิ่งใดที่ในพระราชวังหรือในราชอาณาจักรของพระองค์ซึ่งเฮเซคียาห์มิได้ทรงสำแดงแก่เขา 3แล้วผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ก็เข้าเฝ้ากษัตริย์เฮเซคียาห์และทูลพระองค์ว่า"คนเหล่านี้ทูลอะไรบ้างและเขามาแต่ไหนเข้าเฝ้าพระองค์"เฮเซคียาห์ตรัสว่า"เขาได้มาหาเราจากเมืองไกลจากบาบิโลน" 4ท่านทูลว่า"เขาเห็นอะไรในพระราชวังของพระองค์บ้าง"และเฮเซคียาห์ตรัสตอบว่า"เขาเห็นทุกอย่างในวังของเราไม่มีสิ่งใดในพระคลังของเราซึ่งเรามิได้สำแดงแก่เขา" 5แล้วอิสยาห์ทูลเฮเซคียาห์ว่า"ขอทรงฟังพระวจนะของพระเจ้าจอมโยธา6ดูเถิดวันเวลากำลังย่างเข้ามาเมื่อสรรพสิ่งทั้งสิ้นในวังของเจ้าและสิ่งซึ่งบรรพบุรุษของเจ้าได้สะสมจนถึงทุกวันนี้จะต้องถูกเอาไปยังบาบิโลนจะไม่มีสิ่งใดเหลือเลยพระเจ้าตรัสดังนี้แหละ7และลูกบางคนซึ่งถือกำเนิดจากเจ้าผู้ซึ่งเกิดมาแก่เจ้าจะถูกนำเอาไปและเขาจะเป็นขันทีในวังของราชาแห่งบาบิโลน" 8แล้วเฮเซคียาห์ตรัสกับอิสยาห์ว่า"พระวจนะของพระเจ้าซึ่งท่านกล่าวนั้นก็ดีอยู่"เพราะพระองค์ดำริว่า"จะมีความอยู่เย็นเป็นสุขและความปลอดภัยในวันเวลาของเรานี้"
,

เมื่อการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลรอบเพลย์ออฟจบลง และทีมกรีนเบย์ แพคเกอร์ฉลองชัยชนะเหนือทีมชิคาโก แบร์ ลิซ่า ลูกสาวของผมสังเกตเห็นว่า เอเลียนนา ลูกสาววัย 4 ขวบของเธอกำลังร้องไห้ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกเนื่องจากพ่อแม่ของเอเลียนนาไม่ได้สนใจเป็นพิเศษว่าทีมไหนจะชนะ
ลิซ่าถามเอเลียนนาว่าร้องไห้ทำไม เธอตอบว่า “หนูสงสารทีมแบร์ค่ะ พวกเขาดูเศร้าจัง”
เราเรียนรู้เรื่องความเมตตาสงสารจากหนูน้อยที่ยังไม่เข้าโรงเรียนคนนี้ได้หรือไม่? ในโลกที่ให้ความสำคัญกับชัยชนะและผู้แพ้ถูกปฏิเสธถูกลืม และถูกดูหมิ่น เราต้องเตือนตัวเองว่าผู้คนต้องการความเมตตาสงสาร เมื่อเราเจอผู้คนซึ่งกำลังต่อสู้กับความพ่ายแพ้ เรายินดีที่จะร้องไห้กับเขา โอบกอด และยื่นมือช่วยเหลือหรือไม่?
พระคัมภีร์หลายตอนท้าทายเราให้ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเมตตาสงสารฟีลิปปี 2:1-3 บอกให้เราคิดถึงคนอื่น และเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นมากกว่าตัวเอง 1 เปโตร 3:8-12 ย้ำเตือนว่า ความเมตตาสงสารหมายถึง การปรนนิบัติซึ่งกันและกัน “ฉันพี่น้อง” และโคโลสี 3:12-15 กล่าวว่า ใจเมตตาใจปรานี และใจถ่อม เป็นเครื่องหมายของคนที่ได้รับการไถ่จากพระเจ้าแล้ว
ลองมองดูคนรอบตัวคุณ มีใครบ้างที่กำลังประสบกับความพ่ายแพ้? อย่าเพียงแค่รู้สึกสงสาร แต่จงสำแดงความเมตตาและความรักของพระเจ้าแก่พวกเขา – JDB
ขอดวงจิตคิดแต่กรุณา
มีวิญญาห่วงหาเอาใจใส่
ทั้งความคิดกิจวาจาคนใกล้ไกล
สัมผัสได้พระเมตตาของพระองค์ – Fitzhugh
มาตรวัดความเหมือนของเรากับพระคริสต์
ได้แก่ ความรู้สึกที่ไวต่อความทุกข์ของผู้อื่น 


ขอบคุณพระเจ้า ที่วันนี้ได้คำตอบจากพระองค์ในบางอย่างแล้ว
อาเมน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น